สมัครยูฟ่าเบท GIVE A SHOUT : ธีราทร บุญมาทัน “ไม่มีหรอกคำว่าล้มเหลว”

สมัครยูฟ่าเบท

จากผู้เล่นประสบความสำเร็จอย่างสูงในไทย.. สู่การผจญภัยในต่างแดนครั้งแรก พบกับบทสัมภาษณ์แบบ EXCLUSIVE “ธีราทร บุญมาทัน” แข้งป้ายแดงแห่งวิสเซล โกเบ
ธีราทร บุญมาทัน เปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่ของ วิสเซล โกเบ ทีมดังแห่งเจลีก 1 ญี่ปุ่น เรียบร้อยแล้ว หลังย้ายจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปอยู่กับทีมด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี เป็นผู้เล่นไทยคนที่ 3 ถัดจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ (คอนซาโดเล ซัปโปโร) และ ธีรศิลป์ แดงดา (ซานเฟรชเช ฮิโรชิมา) ที่กำลังจะมีโอกาสสัมผัสลีกสูงสุดญี่ปุ่น

สมัครยูฟ่าเบท แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่ไม่มีใครรู้.. วันนี้ โกล ประเทศไทย ได้รับเกียรติพิเศษจาก ธีราทร บุญมาทัน ในการให้สัมภาษณ์แบบ EXCLUSIVE เกี่ยวกับเบื้องหน้า-เบื้องหลังในการย้ายไปเล่นต่างประเทศครั้งแรก รวมถึง ชีวิต 1 ปีถัดจากนี้ที่ดินแดนซามูไร พร้อมกับคำถามที่ว่า “กลัวความล้มเหลวหรือไม่” เขามองอย่างไร ติดตามทั้งหมดได้ที่นี่

ธีราทร บุญมาทัน

หลังจากเปิดตัวไปแล้ว.. ความรู้สึกตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เอาจริงๆตอนนี้ยังดีใจอยู่เลยครับ แฮปปี้มากๆ มันเป็นความฝันของผมจริงๆ เป็นลีกที่ผมอยากไปมากๆ เพราะติดตามมานานแล้ว ใครอาจจะบอกว่าผมเวอร์ไปหรือเปล่า ที่บอกว่าติดตามลีกญี่ปุ่นมานาน เพราะที่ไทยเพิ่งซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาถ่ายทอดสด แต่ผมดูจริงๆ เวลาว่างจะหาลิงค์ในเว็บดูอยู่ตลอดครับ ส่วนทีมที่ตามบ่อยๆก็ไม่ได้มีตายตัว ผมว่าทุกทีมที่ญี่ปุ่น น่าดูและน่าสนใจหมดครับ

ใช้เวลาตัดสินใจที่จะไปนานไหม

ไม่นานเลยครับ อย่างที่บอกมันเป็นความฝันของผม ตอนแรกที่รู้ข่าว ยังไงก็จะไป ผมรอแค่ผู้ใหญ่คุยกัน ก็มีปรึกษาแฟนกับครอบครัว ผมก็บอกว่าอยากไปเล่นที่นั่น เขาก็โอเค ถึงแม้ไม่ได้เงินเพิ่มเท่าไหร่ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเลย ผมอยากได้ประสบการณ์ มันเป็นเป็นความท้าทาย และอยากประสบความสำเร็จที่นั่น

อีกหนึ่งเหตุผล ผมอยากทำให้ลูกภูมิใจครับ เวลาเขาโตขึ้น เขาจะได้รู้ว่าครั้งหนึ่งพ่ออย่างผม ในฐานะนักฟุตบอลเคยไปเล่นที่ญี่ปุ่น มันไม่ใช่เป็นแค่เกียรติประวัติของผมคนเดียว แต่มันเป็นเกียรติประวัติทั้งครอบครัวผม อย่างเวลาลูกผมไปไหน ผมอยากให้เขารู้สึกภูมิใจ เวลาคนบอกว่านี่คือลูก ธีราทร ที่เคยไปเล่นฟุตบอลญี่ปุ่น

ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ มันก็คงอีกอารมณ์หนึ่ง อาจโดนคนถากถางบ้าง แต่ผมจะพยายามไม่ทำให้เขาเสียใจ เขาจะได้ภูมิใจครับ

ธีราทร บุญมาทัน

ฝันไปเล่นต่างประเทศ นั่นคือญี่ปุ่น ตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า

จริงๆไม่ขนาดนั้นครับ ตอนเด็กๆที่ผมเล่นฟุตบอล ความฝันของผมก็แค่อยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้แค่นั้นเอง จากนั้นอยากมีเงินเลี้ยงครอบครัว อยากติดทีมชาติ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะติดหรือเปล่า แต่พอเราทำได้หมดแล้ว เราก็มีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น เรายังอยากพัฒนา อยากยกระดับตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ทำให้รู้สึกว่าอยากไปญี่ปุ่น เพราะเป็นลีกที่ดีที่สุดในเอเชีย

ส่วนเป้าหมายต่อไป ? ผมอยากโฟกัสที่ญีปุ่นก่อนครับ ยังไม่ได้คิดว่าอยากไปยุโรปหรือที่ไหนต่อ

จนถึงตอนนี้คุณศึกษาและรู้จัก วิสเซิล โกเบ มากแค่ไหน

พอรู้จักบ้างแล้วครับ อย่างที่บอก ผมก็มีโอกาสเปิดไฮไลต์การเล่นย้อนหลังของทีมดูบ้าง รวมถึง ศึกษาเมือง , สนาม และ แฟนบอล ว่าเป็นยังไง อีกอย่างหาข่าวดูบ้างว่า ทีมเสริมใครเข้ามาบ้าง แต่เอาจริงๆผมคิดว่า โกเบ เป็นทีมที่จับสไตล์การเล่นค่อนข้างยาก ผมจะรู้จักดีกว่านี้ก็ต่อเมื่อผมไปอยู่ที่นั่น

ธีราทร บุญมาทัน

ในวัย 27 ปี การย้ายไปเล่นต่างประเทศครั้งแรกนี้ สำคัญแค่ไหน

สำคัญเลยแหละ สำคัญมากๆ มันเป็นครั้งแรกที่ผมไปเล่นต่างประเทศ ผมอยากก้าวต่อไปและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ต้องขอบคุณ โกเบ จริงๆ ที่มองมาที่ผม และก็พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับผม ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ

ปีที่แล้วรุ่นน้องคุณอย่าง ชนาธิป ถือว่าทำผลงานได้ดีในเจลีก ในฐานะผู้เล่นไทย ตรงนี้ทำให้คุณกดดัน หรือ กังวล อะไรบ้างไหม

ผมคิดว่าเจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) ยังไม่สุด ผมรู้จักน้องดี ผมยังเชื่อว่าถ้าอะไรหลายๆอย่างลงตัว เจน่าจะทำได้ดีกว่านี้ ส่วนตัวผมยอมรับว่ากดดันและกังวลอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเจอ ไม่ต่างอะไรกับตอนที่ผมย้ายมาเมืองทอง ดังนั้นมันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนยอมรับให้ได้ ทั้งโค้ช , เพื่อนร่วมทีม และ แฟนบอลที่นั่น

ธีราทร บุญมาทัน

ก่อนไปมีปรึกษา พี่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) ที่มีประสบการณ์ไปเล่นต่างประเทศก่อนคุณไหม

มีพูดคุยบ้างครับ ว่าต้องเตรียมตัวยังไง แต่ก็ไม่ได้มีอะไรมากครับ สำคัญที่สุดอยู่ที่ผมมากกว่า ว่าต้องเตรียมตัวและใจไปสู้

แน่นอนว่าคุณไปครั้งนี้ ก็ต้องทำงานหนักเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริง ซึ่งคุณอาจไม่ชินเท่าไหร่ คุณจำได้ไหม ครั้งล่าสุดที่คุณต้องอยู่ในสถานการ์แบบนี้คือเมื่อไหร่

น่าจะเป็นตอนที่ผมอายุ 19 ปี หรือ 20 ปี ตอนนั้นอยู่การไฟฟ้า รู้สึกผมจะนั่งสำรอง 4 เกมติดๆ จากนั้นผมก็ทำงานหนัก ก่อนที่เกมที่ 5 จะได้ลง แน่นอนว่าการไปครั้งนี้ ผมไม่รู้หรอกว่าจะได้โอกาสลงเล่นมากแค่ไหน แต่ผมก็ยังมองว่าเป็นเรื่องดีที่ทำให้ผมต้องพยายามมากขึ้น มุ่งมั่นสูงขึ้น ต้องพยายามสู้กับเขาให้ได้ ก็เหมือนกับผู้เล่นต่างชาติมาเล่นที่ไทย ดังนั้นในโลกของฟุตบอล ผมว่าผู้เล่นทุกคนต้องเจอ และ ผมก็พร้อมที่จะเผชิญกับมัน

ข่าวอื่นๆ | ติดตามข่าว ฟุตบอลไทย เพิ่มเติมที่นี่

7 ปีหลังสุด คุณเป็นผู้เล่นไทยคนเดียวที่เล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ติดๆกัน และลงเล่นไปกว่า 40 นัด ประสบการณ์ตรงนี้ จะช่วยคุณได้มากน้อยแค่ไหน

น่าจะช่วยผมได้เยอะเลย ปีแรกที่ผมเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก (เอเอฟซี) ผมก็ยังไม่รู้หรอกว่าจะสู้เขาได้หรือเปล่า แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ มันจะทำให้เกิดความเคยชินเอง แพ้บ้างชนะบ้าง แต่สำคัญเลยเราจะรู้สึกไม่กลัวแล้ว และที่ผ่านมา ผมก็เล่นเจอทีมญี่ปุ่นตลอด ดังนั้นมันจะมีส่วนช่วยผมแน่นอน

แล้วการสื่อสาร ภาษาญี่ปุ่น จะเป็นอุปสรรคกับคุณไหม

ผมว่าก็อาจจะมีบ้าง แต่ผมก็มีล่ามไปด้วย แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่ช่วยตัวเอง ตอนนี้ผมก็พยายามหัดพูดหัดหัดฟังภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้าง เอาคำง่ายๆก่อนเช่นการทักทายทั่วไป จากนั้นผมจะพยายามเรียนรู้ภาษาฟุตบอลให้เข้าใจมากขึ้น ส่วนความเป็นอยู่ ทางสโมสรดูแลดีมาก ล่าสุดก็เตรียมบ้าน และ รถยนต์ส่วนตัวไว้ให้ผมแล้ว อีกอย่างผมก็จะมีครอบครัวไปด้วย

97 แอสซิสต์ ที่คุณทำได้ในไทย แน่นอนว่า วิสเซิล โกเบ น่าจะคาดหวังจากสถิติตรงนี้ของคุณเหมือนกัน

คงเป็นงั้นครับ ถ้าเขารู้สถิติของผม เขาก็คงคาดหวังจากตรงนี้ อีกอย่างเขาก็บอกแล้วว่า กองหน้าเขามีแต่คนสูงใหญ่ ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะคาดหวังกับการเปิดบอลของผมแน่นอน

ส่วนสถิติ (97แอสซิสต์) ผมไม่เคยนั่งนับเลย ทุกๆปีผมแค่พยายามทำให้ดีขึ้นตลอด อย่างตอนอยู่บุรีรัมย์ ปีแรกผมแอสซิสต์ไปแค่ 2 ครั้งมั้ง จากนั้นผมก็ทำได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ ปี 2015 ผมทำไป 19 ครั้ง (ในลีก) ก็ดีใจครับที่ทำได้เยอะขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้เสียดายอะไรที่ยังไม่ถึง 100 ก่อนไป เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาส ผมค่อยกลับมาทำแล้วกัน (ยิ้ม)

#Goalthailand 391 นัด 36 ประตู 97 แอสซิสต์ และ แชมป์ 25 รายการ นี่คือสถิติ #ธีราทร ระหว่างค้าแข้งที่ไทย ก่อนไปผจญภัยในเจลีก! Posted by Goal Thailand on Thursday, January 25, 2018

มาที่เรื่องเบอร์เสื้อของคุณกันบ้าง ทำไมต้อง 30

ตอนแรกเขายื่นเบอร์ 7 ให้ผม เขาบอกว่าสำหรับคนญี่ปุ่นถือว่าเบอร์ 7 เป็นของนักเตะที่มีพรสวรรค์ แต่ผมไม่ชอบเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าผมกลัวความกดดัน แต่ผมอยากได้เบอร์ที่มีเลข 3 มากกว่า มันเป็นลีกคี้นัมเบอร์ของผม ในเมื่อเบอร์ 3 เดี่ยวๆไม่ว่าง ผมจึงเลือกเบอร์ 30

นอกจากพยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว คุณมีเป้าหมายจริงๆอีกไหม เช่นอยากมีโอกาสลงเล่นกี่นัด แอสซิสต์กี่ครั้ง หรือ ทำได้กี่ประตู

จริงๆเรื่องนี้พูดยาก ผมว่าใครก็อยากลงตัวจริงทั้งนั้น เอาเป็นว่าเรื่องตัวจริงผมจะพยายามสู้ให้ถึงที่สุด ส่วนแอสซิสต์ ถ้ามีโอกาสลงเล่นจริงๆ ผมอยากทำให้ได้สัก 10-12 ลูก ใครอาจจะบอกว่าเยอะเกินไปหรือเปล่าสำหรับที่นั่น แต่ผมก็อยากตั้งเป้าหมายกับตัวเองไว้ก่อน ได้ไม่ได้อีกเรื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการลงสนามเพื่อมีส่วนกับชัยชนะของทีม ส่วนเรื่องยิงประตู ถ้ามีโอกาสก็อยากยิงได้คนแรกครับ (ยิ้ม)

คุณวาดภาพตอนเผชิญหน้า พี่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) กับ เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) ที่ญี่ปุ่นไว้หรือยัง มันน่าตื่นเต้นสำหรับคุณไหม

มันก็อาจจะเป็นเกมที่พิเศษสำหรับแฟนบอลแหละ แต่ส่วนตัวผมรู้สึกปกติ ตอนอยู่บุรีรัมย์ ผมก็เคยเจอ พี่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) และ เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) มาแล้ว ดังนั้นเป็นเรื่องปกติของฟุตบอลที่เราจะต้องเจอกัน ท้ายที่สุดผมว่าเราทั้งสาม ต้องพยายามเอาชนะเพื่อทีมอยู่แล้ว

ธีราทร บุญมาทัน

สุดท้ายแล้ว คุณประสบความสำเร็จอย่างสูงที่ไทย คุณกลัวความล้มเหลวที่ญี่ปุ่นบ้างไหม

อืม.. (เงียบสักพัก) ผมจะเล่าให้ฟังครั้งหนึ่งตอนไปเล่นออสเตรเลีย (เกมทีมชาติ) ระหว่างเดินไปกินกาแฟ พี่ตี๋ (สินทวีชัย หทัยรัตนกุล) เขาก็พูดว่าพวกผมควรไปเล่นที่เจลีกได้แล้ว ไทยมันเล็กไป เล่นไปไม่ได้อะไรแล้ว ผมก็บอกว่า ผมอยากไป แต่ไม่รู้ทีมไหนจะเอาผมหรือเปล่า และผมก็กลัวเหมือนกันว่าจะไปล้มเหลว ไปแล้วไม่ประสบความสำเร็จ

เขาหายไปพักนึง จากนั้นกลับมาซ้อมเย็น เขาก็เดินกลับมาพูดกับผม ที่ผมบอกว่ากลัวความล้มเหลว เขาก็บอกว่าความล้มเหลวมันไม่มีหรอก มันมีแต่จะได้ประสบการณ์ ได้สิ่งที่ล้ำค่ากลับมา มันเลยทำให้ผมรู้สึกว่าจริง ผมจะไปกลัวทำไม ไปก็มีแต่ได้ เป็นกำไรชีวิต

ดังนั้นสำหรับผม ไม่มีหรอกคำว่าความล้มเหลว